วิเคราะห์ข่าววันนี้: RBA คงดอกเบี้ย 4.35% จับตา Fed, ADP และตลาดบ้านสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวนของทองคำ

ตลาด Forex และทองคำวันนี้มีข่าวหลายชุดที่สามารถสร้างความผันผวนได้ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงตลาดสหรัฐฯ โดยข่าวสำคัญที่สุดคือการประชุมของ Reserve Bank of Australia หรือ RBA รวมถึงถ้อยแถลงของธนาคารกลาง ข้อมูลแรงงานภาคเอกชนสหรัฐฯ และยอดขายบ้านมือสอง

เวลาที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงตามเวลาในประเทศไทยจากปฏิทินที่ให้มา แต่ผู้เทรดควรตรวจสอบ Time Zone บนแพลตฟอร์มของตัวเองอีกครั้ง เพราะเวลาของแต่ละโบรกเกอร์อาจแตกต่างกันหนึ่งถึงหลายชั่วโมง

ภาพรวมตลาดก่อนเข้าสู่ข่าวสำคัญ

บรรยากาศการลงทุนวันนี้ยังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่าง U.S. และ Iran หลังการเจรจาเกี่ยวกับการเปิด Strait of Hormuz ยังไม่มีความคืบหน้า ราคาน้ำมัน Brent ขึ้นไปแตะบริเวณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อยู่แถว 82.45 ดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นประมาณ 5% ในวันก่อนหน้า ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวอีกครั้ง และทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาด Reuters รายงานภาพรวมตลาดเอเชีย

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม และขึ้นไปบริเวณ 4,432 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบมากกว่าสองเดือน แรงซื้อส่วนหนึ่งมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การปิดสถานะขาย และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ Reuters รายงานความเคลื่อนไหวของทองคำ

อย่างไรก็ตาม ทองคำไม่ได้มีปัจจัยบวกเพียงด้านเดียว เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจผลักเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสที่ Federal Reserve จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุน USD และ Bond Yield และอาจสร้างแรงขายในทองคำได้เช่นกัน

ข่าวที่ประกาศออกมาแล้ว

ช่วงเวลา 02:00 น. มีถ้อยแถลงจาก Beth Hammack ประธาน Federal Reserve Bank of Cleveland โดยเธอระบุว่า การควบคุมเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น และอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้ Hammack ยังลงคะแนนคัดค้านมติของ FOMC เดือนกรกฎาคม โดยต้องการให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากมองว่าเงินเฟ้อยังสูงเกินไปและอาจไม่กลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ด้วยตัวเอง Cleveland Fed

ถ้อยแถลงลักษณะนี้ถือว่าเป็น Hawkish หรือเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ ตามหลักแล้วเป็นปัจจัยบวกต่อ USD และ Bond Yield แต่เป็นลบต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดมีความเสี่ยงด้านสงคราม ราคาทองอาจไม่ปรับลงทันที เพราะแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยสามารถหักล้างผลจากดอกเบี้ยได้

ตลอดทั้งวันตลาดญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวัน Mountain Day โดย Bank of Japan ระบุวันที่ 11 สิงหาคมเป็นวันหยุดธนาคาร การซื้อขาย JPY จึงอาจมีสภาพคล่องบางกว่าปกติ

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับ USD/JPY เพราะช่วงเช้าเงินเยนอยู่แถว 158.93 เยนต่อดอลลาร์ หลังการแทรกแซงค่าเงินร่วมกันของ U.S. และ Japan ก่อนหน้านี้ไม่สามารถหนุนเงินเยนได้อย่างถาวร ตลาดยังจับตาว่าทางการอาจกลับมาแทรกแซงอีก หาก USD/JPY เข้าใกล้ 160 Reuters รายงานสถานการณ์เงินเยน เมื่อสภาพคล่องต่ำ ราคาอาจวิ่งแรงและเกิด Slippage ได้ง่าย จึงไม่ควรเพิ่มขนาดสัญญาเพียงเพราะเห็นกราฟเคลื่อนไหวเร็ว

เวลา 06:01 น. BRC Retail Sales Monitor ของอังกฤษออกมาที่ 1.0% ต่ำกว่าค่าก่อนหน้า 1.7% และต่ำกว่าคาดการณ์ในภาพที่ 1.6% ขณะที่บางสำนักใช้ Consensus ประมาณ 1.5% แม้ค่าคาดการณ์จะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ตัวเลขจริงก็ยังต่ำกว่าทุกประมาณการอย่างชัดเจน ข้อมูล BRC Retail Sales Monitor

ผลดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคอังกฤษยังไม่ได้แข็งแรงมากพอ จึงเป็นปัจจัยลบต่อ GBP เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ครอบคลุมร้านค้าที่เป็นสมาชิก BRC เป็นหลัก ตลาดจึงมักตอบสนองไม่รุนแรงเท่าข้อมูล Retail Sales อย่างเป็นทางการของรัฐบาล

เวลา 08:30 น. NAB Business Confidence ของ Australia อยู่ที่ -6 แสดงว่าภาคธุรกิจยังมีมุมมองเชิงลบ โดยข้อมูลภายนอกระบุว่าค่าก่อนหน้าถูกปรับเป็น -5 ขณะที่ Business Conditions ดีขึ้นจาก +3 เป็น +4 ภาพรวมจึงค่อนข้างผสมกัน คือความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อย แต่สภาพการดำเนินธุรกิจจริงยังไม่ได้อ่อนแอลงพร้อมกันทั้งหมด สามารถติดตามรายงานต้นทางได้จาก NAB Monthly Business Survey

RBA คงดอกเบี้ยที่ 4.35%

เวลา 11:30 น. RBA มีมติคง Cash Rate ไว้ที่ 4.35% ตามที่ตลาดคาด หลังจากขึ้นดอกเบี้ยรวม 0.75% ในช่วงก่อนหน้า ผลลัพธ์จึงไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากนัก โดยอัตราเงินเฟ้อ Australia ล่าสุดอยู่ที่ 3.8% ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2–3% ของ RBA ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อจาก RBA

สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าตัวเลข 4.35% คือรายละเอียดใน RBA Monetary Policy Statement ประมาณการเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และการว่างงาน รวมถึงคำตอบของ Governor Michele Bullock ในงานแถลงข่าวเวลา 12:30 น.

ถ้า RBA ย้ำว่ายังพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเมื่อจำเป็น พร้อมแสดงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อภายในประเทศ จะถูกตีความเป็น Hawkish Hold ซึ่งมีโอกาสหนุน AUD/USD แต่ถ้า RBA ให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งกำลังชะลอตัว พร้อมลดประมาณการเงินเฟ้อ ตลาดอาจมองเป็น Dovish Hold และกดดัน AUD

ดังนั้นอย่ารีบสรุปว่า “คงดอกเบี้ยเท่ากับ AUD ต้องลง” เพราะการเคลื่อนไหวจริงขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตลาดรับรู้ล่วงหน้าและน้ำเสียงของธนาคารกลางมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

ข่าวช่วงบ่ายและค่ำที่ต้องติดตาม

เวลา 15:00 น. จะมี Italian Trade Balance โดยตลาดคาดประมาณ 4.74 พันล้านยูโร เทียบกับค่าก่อนหน้า 4.79 พันล้านยูโร ข่าวนี้มีผลต่อ EUR ไม่มากนัก เว้นแต่ตัวเลขจริงจะแตกต่างจากคาดอย่างชัดเจน

เวลา 17:00 น. มี NFIB Small Business Index ของสหรัฐฯ ในภาพคาดไว้ที่ 97.5 เทียบกับ 97.4 ในครั้งก่อน ขณะที่บางปฏิทินใช้ค่าคาดการณ์ประมาณ 97.8 จึงควรตรวจสอบ Consensus ล่าสุดอีกครั้งก่อนข่าวออก

ค่าที่สูงขึ้นสะท้อนความมั่นใจของธุรกิจขนาดเล็ก และอาจหนุน USD เล็กน้อย แต่ต้องดูองค์ประกอบด้านการจ้างงาน แผนขึ้นราคา และต้นทุนด้วย รายงานเดือนก่อนอยู่ที่ 97.4 ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว 98.0 และมีผู้ประกอบการจำนวนมากมองว่าเงินเฟ้อเป็นปัญหาสำคัญ รายงาน NFIB

เวลา 19:15 น. มี ADP Weekly Employment Change ซึ่งครั้งก่อนอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สี่สัปดาห์ของการจ้างงานภาคเอกชน และเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถถูกปรับย้อนหลังได้ ADP ระบุว่ารายงานรอบใหม่เผยแพร่วันที่ 11 สิงหาคม

หากการจ้างงานสูงกว่า 15,000 ตำแหน่งอย่างชัดเจน ตลาดอาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลบวกต่อ USD และกดดันทองคำ แต่ถ้าการจ้างงานชะลอลงหรือเป็นลบ อาจกด Bond Yield และช่วยหนุนทอง อย่างไรก็ตาม ADP รายสัปดาห์ยังเป็นข้อมูลค่อนข้างใหม่และผันผวน จึงไม่ควรให้น้ำหนักเท่ากับ Nonfarm Payrolls หรือ CPI

เวลา 21:00 น. ปิดท้ายด้วย Existing Home Sales ของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดที่ 4.05 ล้านหลัง ลดลงจาก 4.09 ล้านหลัง หากยอดขายต่ำกว่าคาด จะสะท้อนผลกระทบจากดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับสูงและอาจกดดัน USD แต่ถ้าตัวเลขแข็งแรงกว่าคาด ตลาดอาจกลับไปให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจที่ยังทนต่อดอกเบี้ยสูงได้ รายละเอียดปฏิทินข้อมูลสหรัฐฯ

แนวทางวางแผนเทรดวันนี้

สำหรับ AUD/USD ควรรอดูทั้ง Statement และงานแถลงข่าว RBA ไม่ควรดูเพียงผลดอกเบี้ย 4.35% การเคลื่อนไหวรอบแรกสามารถกลับทิศได้หลัง Governor ตอบคำถามเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

สำหรับ GBP/USD ตัวเลข BRC ที่อ่อนกว่าคาดเป็นแรงกดดันต่อ GBP แต่ทิศทางช่วงตลาด London ยังขึ้นอยู่กับ Dollar Index และบรรยากาศความเสี่ยงโดยรวมด้วย

สำหรับ USD/JPY ต้องระวังตลาดญี่ปุ่นหยุดและความเสี่ยงจากการแทรกแซงค่าเงิน ไม่ควรไล่ซื้อเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญโดยไม่มี Stop Loss เพราะการแทรกแซงสามารถทำให้ราคาลดลงหลายร้อยจุดในเวลาไม่นาน

สำหรับ XAU/USD ภาพรวมระยะสั้นยังมีแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่คำพูดของ Hammack ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย เป็นปัจจัยที่สามารถสร้างแรงขายได้ หาก ADP และข้อมูลบ้านออกมาดีกว่าคาดพร้อมกับ Bond Yield ปรับขึ้น ทองมีโอกาสพักฐาน แต่ถ้าข้อมูลสหรัฐฯ อ่อนแอและความตึงเครียดใน Middle East ยังเพิ่มขึ้น ทองอาจรักษาแรงซื้อไว้ได้

ผู้เทรดควรรอประมาณ 15–30 นาทีหลังข่าวแรง หลีกเลี่ยงการวางคำสั่ง Buy Stop และ Sell Stop พร้อมกันใกล้ราคา เพราะ Spread และ Slippage อาจทำให้เปิดทั้งสองฝั่ง ควรจำกัดความเสี่ยงต่อรายการ ตรวจสอบขนาดสัญญา และอย่าลืมว่าตลาดยังรอ U.S. CPI ในวันถัดไป ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อทิศทาง USD และทองคำมากกว่าข้อมูลที่ออกในคืนนี้

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและความเป็นไปได้ของตลาด ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคลในการซื้อขาย การลงทุนที่ใช้ Leverage มีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว

FAQ

  1. ข่าวใดสำคัญที่สุดสำหรับการเทรดวันนี้?

ข่าวหลักคือผลประชุม RBA และงานแถลงข่าวของ Governor Michele Bullock เพราะมีผลโดยตรงต่อ AUD ส่วนผู้ที่เทรดทองคำและคู่เงิน USD ควรติดตาม ADP Weekly Employment Change, Existing Home Sales และทิศทาง Bond Yield แต่ตลาดอาจยังไม่เลือกทิศทางใหญ่ก่อน U.S. CPI ในวันถัดไป

  1. RBA คงดอกเบี้ยที่ 4.35% แล้วทำไม AUD ยังขึ้นหรือลงแรงได้?

เพราะการคงดอกเบี้ยถูกตลาดคาดไว้แล้ว ราคาจึงตอบสนองต่อถ้อยคำใน Statement ประมาณการเศรษฐกิจ และสัญญาณเกี่ยวกับการประชุมครั้งต่อไป หากน้ำเสียงเข้มงวด AUD อาจแข็งค่า แต่ถ้าน้ำเสียงผ่อนคลาย AUD อาจอ่อนค่า แม้ตัวเลขดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง

  1. ควรเทรดทองคำทันทีที่ข่าวสหรัฐฯ ออกหรือไม่?

ไม่ควรรีบเข้าจากตัวเลขพาดหัวเพียงอย่างเดียว ควรดูปฏิกิริยาของ Dollar Index, U.S. Bond Yield และระดับแนวรับแนวต้านร่วมกัน การรอให้แท่งราคาแรกปิดหรือรอประมาณ 15–30 นาทีสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการกวาด Stop และการกลับทิศหลังข่าวได้