เคยเป็นไหมครับ? เปิดกราฟ Bitcoin ขึ้นมาแล้วรู้สึกเหมือนดูหนังไซไฟ อ่านยังไงก็ไม่ออก พอกราฟพุ่งก็กลัวตกรถ พอราคาลงก็กลัวดอย แต่พอกดเข้าออเดอร์ปุ๊บ กราฟดันวิ่งสวนทางปั๊บ! ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคุณไม่มีโชคครับ แต่มันเกิดจากการที่เรา “มองภาพไม่ครบ” บทความนี้ผมเลยอยากมาแชร์วิธีอ่านกราฟแบบบ้านๆ ที่ผมใช้จริง โดยใช้ 3 ไทม์เฟรม (Timeframe) ยอดฮิตอย่าง 1H, 4H และ 1D มามิกซ์รวมกัน เพื่อให้เห็นว่าตอนนี้พี่ใหญ่คริปโตเขากำลังคิดอะไรอยู่ พร้อมส่องโซนราคาแถว 90,000 ดอลลาร์ที่ทุกคนกำลังลุ้นจนตัวโก่งครับ
1) เคล็ดลับมอง 3 มิติ: 1D → 4H → 1H
มือใหม่หลายคนพลาดเพราะดูแค่ TF เดียวแล้วใส่เต็มที่ จริงๆ แล้วแต่ละช่วงเวลามันบอกความลับที่ต่างกันครับ:
- 1D (ภาพใหญ่): เหมือนมองแผนที่โลก ให้เรารู้ว่าตอนนี้ BTC อยู่ในเทรนด์ขาขึ้น ขาลง หรือแค่กำลังพักฐาน (Side-way) เพื่อไม่ให้เราหลงไป “สวนเทรนด์” โดยไม่จำเป็น
- 4H (โครงสร้างกลาง): ดูพฤติกรรมราคาในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่ามีการทำยอดสูงขึ้น (Higher High) หรือต่ำลง (Lower Low) ไหม จุดนี้สำคัญมากในการมองหา “จุดกลับตัว”
- 1H (จุดทำเงิน): ใช้สำหรับหาจังหวะเข้าออกที่คมที่สุด ลดความเสี่ยงในการโดน “ไส้เทียน” หลอกกิน Stop Loss
2) วิเคราะห์อาการ BTC ตอนนี้: ตลาดกำลังรออะไร?
หากอ้างอิงราคาแถว 90k (หรือ 90,5xx) เราจะเห็นพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ:
- ภาพรายวัน (1D): แรงขายเริ่มแผ่ว ราคาเริ่มสร้าง “ฐาน” แต่ยังติดโซนต้านด้านบน (Overhead Supply) ซึ่งหมายความว่าคนติดดอยเก่ายังรอเทของใส่เสมอ
- ภาพ 4 ชั่วโมง (4H): ราคาดีดตัวขึ้นมาแล้วเจอแรงกด สลับกับการนิ่งเพื่อสะสมพลัง เป็นโหมด “Wait and See”
- ภาพ 1 ชั่วโมง (1H): แท่งเทียนเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ บ่งบอกว่าตลาดกำลังเลือกข้าง ยิ่งนิ่งนานเท่าไหร่ เวลา “ระเบิด” จะยิ่งแรงเท่านั้น
3) อินดิเคเตอร์ 3 ทหารเสือ (MACD, EMA, RSI) อ่านยังไงให้ไม่งง?
- MACD: ใช้ดู “กำลังเครื่องยนต์” ถ้าเส้น MACD เริ่มเงยหัวขึ้นใน 1D แต่ 1H ยังนิ่งใกล้ศูนย์ แปลว่าระยะยาวเริ่มดูดี แต่ระยะสั้นยังต้องรอแรงส่ง
- EMA (เส้นค่าเฉลี่ย): หลักการคือถ้าราคาอยู่เหนือเส้น EMA 20 หรือ 50 แปลว่าเทรนด์ยังแกร่ง แต่ถ้าลงมาคลอเคลียใต้เส้นหลายๆ เส้นพร้อมกัน ให้ระวัง “น้ำตก”
- RSI: ใช้ดูความโลภและความกลัว ถ้า RSI ต่ำกว่า 30 (ขายเยอะเกินไป) อาจมีการดีดสั้นๆ แต่ถ้าสูงกว่า 70 (ซื้อเยอะเกินไป) ต้องระวังการย่อตัว
4) ส่องโซน “วัดใจ” (Key Zones) ที่ต้องเฝ้า
ตลาดคริปโตมักจะวิ่งเป็นโซน มากกว่าจะเป็นตัวเลขเป๊ะๆ:
- Pivot Zone (90,550–90,850): โซนคุมเกม ถ้ายืนได้ภาพรวมยังประคองตัวสวย
- แนวต้านด้านบน: 91,130 (ด่านแรก), 92,000 (ด่านจิตวิทยา) และ 94,700 (ยอดเก่าที่ผ่านยาก)
- แนวรับด้านล่าง: 89,900 (จุดสลัดคนใจเสาะ) และ 88,650 (แนวรับใหญ่ที่ห้ามหลุดเด็ดขาด)
5) ปัจจัยภายนอกที่ทำให้กราฟ “พัง” หรือ “พุ่ง”
อย่าลืมว่า BTC ตอบสนองไวมากต่อข่าวสาร โดยเฉพาะ:
- ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ: CPI (เงินเฟ้อ), PPI หรือการแถลงของ Fed มักทำให้กราฟเกิดไส้ยาวๆ เคลียร์ทั้งฝั่ง Long และ Short
- กระแสเงินสถาบัน (ETF Flow): ตรวจสอบว่าเงินไหลเข้าหรือออกจากกองทุน Bitcoin ETF เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนสภาพคล่องหลักในปี 2026 นี้
- ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหรือยุโรป อาจทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงได้ชั่วคราว
6) สรุปแผน 1 สัปดาห์: ถ้า…จะทำ…
- กรณีสะสมพลัง (Side-way): เล่นในกรอบ 88.6k – 92k เน้นสอยที่แนวรับ ปล่อยที่แนวต้าน
- กรณีเบรกขึ้น (Breakout): ต้องปิดแท่งเหนือ 91,130 แบบชัดๆ เป้าหมายคือ 94k+
- กรณีหลุด (Breakdown): ถ้าหลุด 89,900 แล้วดึงกลับไม่ได้ ให้ถอยออกมาก่อนเพื่อรอรับที่ 88k หรือต่ำกว่านั้น
จำไว้เสมอว่า: “ตลาดไม่เคยใจร้ายกับคนที่มีแผน แต่จะลงโทษคนที่ไม่มีจุดหยุดขาดทุนเสมอ” วางแผนก่อนเทรด แล้วคุณจะเทรดอย่างมีความสุขครับ!
FAQ: Q1: ทำไมบางครั้งดู 1D เป็นขาขึ้น แต่เข้าใน 1H แล้วโดนทุบ? A1: เป็นเพราะเทรนด์ใหญ่ (1D) เป็นขาขึ้นจริง แต่ในระยะสั้น (1H) ราคาอาจจะกำลังย่อตัวพักฐาน (Correction) การดูหลาย TF จะช่วยให้เราหา “จุดย่อเพื่อเข้าตามเทรนด์ใหญ่” ได้แม่นยำขึ้นครับ
Q2: โซน Pivot คืออะไร และทำไมคนชอบพูดถึงกันบ่อย? A2: Pivot Zone คือโซนราคาที่เป็น “ศูนย์กลาง” ของการชั่งน้ำหนักระหว่างแรงซื้อและแรงขาย ถ้าอยู่เหนือโซนนี้ตลาดจะมองเป็นบวก (Bullish) ถ้าอยู่ใต้โซนนี้ตลาดจะมองเป็นลบ (Bearish) เป็นจุดที่ใช้ตัดสินใจเปลี่ยนหน้าเล่นได้ดีมาก
Q3: ช่วงกราฟนิ่งๆ แท่งเล็กๆ ใน 1H ควรทำยังไงดี? A3: ช่วงนี้คือช่วง “พักยก” ครับ แนะนำให้ “นั่งทับมือ” หรือตั้ง Alert ไว้ที่ขอบบนและขอบล่างของกรอบสะสมพลังนั้น เมื่อราคาทะลุพร้อมวอลลุ่มค่อยขยับตามจะปลอดภัยกว่าการเข้าไปเดาทางในตอนที่กราฟไม่วิ่ง

Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.